พริตตี้สวย

แซม ยุรนันท์ ย้อนอดีตรักกับภรรยาหวิดไม่ได้แต่งงาน

“แซม ยุรนันท์” ย้อนอดีตรักกับภรรยาหวิดไม่ได้แต่งงาน ด้านลูกชายเผยกฎบ้านสุดเฮี้ยบ

 

เป็นอีกหนึ่งพระเอกที่ยังคงหล่อตลอดกาลอย่าง แซม ยุรนันท์ ออกมาเปิดใจย้อนชีวิตช่วงดังสุดขีดถังขั้นมีสาวมาเคาะประตูตามกรี๊ดถึงหน้าห้องใน รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง One31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ ใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร พร้อมเผยเรื่องราวความรักกับภรรยา มุก มาริษา ที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ นานกว่า 10 ปี พร้อมควงลูกชายสุดหล่อ แมมโบ้ ยุธการ เผยกฎระเบียบสุดเป๊ะภายในบ้านที่ลูกๆไม่กล้าหือ

 

ขอถามพี่แซมถึงความผูกพันของพี่ตั้วหน่อย ?

แซม :  “จริงๆ เราเข้าวงการบันเทิงพร้อมๆ กัน เล่นละครเรื่องแรกด้วยกัน 37 ปีมาแล้ว เรื่องเก้าอี้ขาวในห้องแดง”

ร่วมงานกันมาตั้งแต่เรื่องแรก พอทราบการป่วยของพี่ตั้วรู้สึกยังไงบ้าง ?

แซม : “ไม่ทราบตอนป่วยเลย รู้อีกทีก็คือรู้พร้อมกันตอนเสียแล้ว ร่วมงานครั้งล่าสุดก็น่าจะ 10 ปีมาแล้ว พี่ตั้วเป็นผู้กำกับ จากที่เคยเล่นด้วยกันก็ต่างตนต่างแยกย้าย พี่ตั้วก็ยังรักในละครอยู่ ส่วนพี่สักพักนึงก็ไปเป็นพระเอกหนัง ไปเล่นคอนเสิร์ต ก็ไม่ได้หวนกลับมาทีวีอีก กลับมาทีวีอีกครั้งนึงพี่ตั้วหันไปเป็นผู้กำกับแล้ว ก็มีโอกาสได้กำกับเรา เราเป็นพระเอก”

เรื่องที่พี่ตั้วกำกับแล้วพี่แซมเล่นเรื่องอะไร ?

แซม : “ตราบสิ้นดินฟ้า จำได้ว่าดราม่าโหดหนักมาก ต้องติดคุก พี่ตั้วก็เกรงใจเราด้วยความที่พระเอกเหมือนกัน บางฉากจะต้องอยู่ในคุกโดนเหยียบหน้า เขาก็ถามว่าไหวมั้ยแซม เราก็ไหว สั่งมาเลยผู้กำกับ”

 

 

 

ประทับใจอะไรในตัวพี่ตั้วบ้าง ?

แซม : “เป็นศิลปินชัดๆ เขามีความเป็นศิลปิน จับให้เล่นบทไหนก็ไปได้ดี อารมณ์เย็นๆ สบายๆ ทำหน้าที่ศิลปินได้ดีมาก”

ถ้าสมมติพี่ตั้วได้ดูพี่แซมอยู่ อยากบอกอะไรพี่ตั้วเป็นครั้งสุดท้ายบ้าง ?

แซม : “ขอให้พี่ตั้วพี่สู่สุคติ ไปอยู่ภพภูมิที่ดี ส่วนความทรงจำที่ดีมันยังอยู่กับเราตลอดไป” 

เห็นว่าตอนหนุ่มๆ ฮอต หล่อมาก ดังมาก สาวๆ ต้องการตัว จนถึงขั้นมีสาวๆ ไปเคาะประตูหน้าห้อง ?

แซม : “สมัยนั้นก็มีบ้าง เวลาเราไปแสดงคอนเสิร์ตต่างจังหวัด อาจจะอยากเป็นเพื่อน หลายๆ คนอาจจะเคยเจอแบบนี้นะ แต่อยู่ที่ว่าเราจะจัดการยังไงแค่นั้นเอง” 

 

บ่อยมั้ย เกือบทุกจังหวัดที่เราไปมั้ย ?

แซม : “บ่อยนะ ถ้าไปกับคนดูแลเขาก็จะเปิด 2 ห้องอยู่แล้ว ลงทะเบียนชื่อเราไปเป็นห้องอื่นซะ แล้วก็คุยกับโรงแรมให้รู้เรื่องว่ามันเป็นอย่างนี้นะ แต่บางโรงแรมพนักงานก็บอก บางทีพนักงานก็โทรเอง”

 

มีแบบบุกเข้ามาถึงขั้นอยากจะเป็นภรรยาลับๆ ของ แซม ยุรนันท์ บ้างมั้ย แบบมอบตัวให้เลย ?

แซม : “ก็มี แต่เรื่องอย่างนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ได้อยู่แล้ว และมันอยู่ที่การวางตัวของเราด้วย พี่วางตัวนิ่งๆ เป็นพี่มากกว่า ไม่ได้หว่านเสน่ห์พร้อมจะมีอะไร แต่มันก็จะมีบ้างที่ไปต่างจังหวัด แจกลายเซ็น จับมือ มันก็จะมีมือที่มองไม่เห็นมาจับที่ที่มันสำคัญ ที่ที่มองไม่เห็นแต่ช่างแม่นยำเหลือเกิน แรกๆ ก็เขินๆ อายๆ ไม่อยากบอกให้ใครรู้ว่าเรากำลังโดนลวนลาม แต่หลังๆ ไม่ได้แล้ว ตะโกนเลย ทุกคนจะได้ช่วยป้องกันหน่อย”

 

 

 

ไม่ใช่ไปงานแล้วเจอเคาะห้องอย่างเดียว ที่ไปเรียนก็มีขับรถไปดักหน้าโรงเรียนก็มี ?

แซม : “ตอนสมัยเรียนมัธยมก็จะมีบ้าง โรงเรียนมีหลายประตูก็ให้เพื่อนดูว่าประตูไหนสะดวก หรือประตูไหนจะกลับกับใครก็จะบอกว่าประตูไหน คนไหน สมัยก่อนมันไม่มีมือถือติดต่ออะไร ก็จากโรงเรียนถ้าจะมาเจอได้ก็ต้องมาดักเจอที่โรงเรียน เราไม่ได้นัดเขามาเจอเอง”

 

คุยถึงเรื่องคนปัจจุบันหน่อย เป็นผู้หญิงที่เมินพี่แซมด้วย ?

แซม : “มันไปพลาดตรงเมินเนี่ยแหละ แล้วจะมาเมินทำไม สมมติเดินผ่านคนอื่นเขาก็เดินธรรมดา นี่อะไร ฉันไม่เห็นเธอหรอก” 

 

ครั้งแรกที่เขาเจอเราเขาเมินใส่เราเลย เขาให้เหตุผลมั้ยว่าทำไมเมินใส่เรา ?

แซม : “ก็ถามเขาว่าทำไมวันนั้นเมินใส่ เขาก็บอกว่าป่าว เขาบอกว่าเห็นคนนั้นก็มาปลื้ม คนนี้ก็มาปลื้ม ตอนนั้นเราก็เล่นหนัง เล่นละครแล้ว เป็นนายแบบแล้ว วัยรุ่นสมัยนั้นส่วนใหญ่ก็จะรู้จัก แต่นี่ทำเป็นไม่เห็นจนคอจะหักอยู่แล้ว มันมากไปมั้ย”

 

แล้วพี่เดินหน้าคุยกับเขาหรือจีบเขายังไง ?

แซม : ยังไม่ทันจะจีบหรอก ก็อยากรู้ว่าทำไม เพื่อนก็ชงกันใหญ่ เพราะเพื่อนในวัยเด็กก็เป็นเหมือนญาติกันหมด ก็โอเคหลังจากนั้นเจอกันก็ อ๋อ ! เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก เขาก็เป็นผู้หญิงที่แบบทำไมจะต้องไปตื่นเต้นกับผู้ชายซักคนนึง แต่มันก็ไม่ต้องขนาดนั้นมั้ง ไม่ได้เชิ่ดอะไร ละครเก้าอี้ขาวในห้องแดงยังดูเลย

 

สมัยก่อนนักแสดงไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องแฟนก็เลยต้องแอบคบกันใช่มั้ย ?

แซม : “จะบอกว่าแอบมั้ยก็ไม่ได้เอิกเกริก ก็ไม่ถึงกับว่าต้องซ่อนตัว แต่เราก็ไม่ได้พาไปในที่ที่ฮือฮาซะมากมาย สมัยก่อนไม่มีโลกโซเชียลอะไร ถ้าข่าวก็เอาไปลงหนังสือพิมพ์เลย”

 

 

แต่พี่แซมเป็นพระเอก กลัวมั้ยว่าถ้าเราเปิดตัวว่ามีแฟนแล้วความนิยมเราจะลด ?

 

แซม : “มันกลัว 2 ส่วน ส่วนนึงก็กลัวว่าตัวเองยังเป็นที่นิยมอยู่มั้ย สองก็คือเรากลัวว่าเราไม่รู้จริงๆ ว่าในอนาคตจะต่อเนื่องแต่งงานอยู่กินจนถึงทุกวันนี้มั้ย ทั้งๆ ที่เราพยายามที่สุดก็เถอะ พี่เลือกคบใครเป็นแฟนพี่ตั้งใจที่จะคบไปยาวๆ ไม่ได้อยากจะคบแล้วก็เลิก แต่เราไม่รู้ในอนาคตจะมีโอกาสที่จะไปด้วยกันไม่ได้มั้ย สมัยก่อนคือถ้ามันเลิกกันแล้วคนเสียหายคือผู้หญิง เราเป็นผู้ชายก็มีแฟนอีกคนนึง สังคมรับได้ แต่ผู้หญิงเนี่ยิ่งเรามีชื่อเสียงด้วย พอเขาไปมีแฟนใหม่จะถูกแบบนี่ไงแฟนเก่าแซม เขาควรมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่มาคบกับเราแล้วหลังจากนั้นเค้าจะแย่ทั้งๆ ที่เราพยายามแล้วก็เหอะ ก็ได้แต่พูดกับหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ ทุกเล่ม ถามว่ารู้มั้ย รู้นะครับว่ามีแฟน ในกองถ่ายแต่ละกองเขาก็รู้ว่าพี่แซมมีแฟน แต่ก็บอกว่าอย่าเพิ่งเอาพูดเยอะไปกว่านั้น หนังสือพิมพ์ต่างๆ เขาก็โอเค ถ้าวันนึงเราจะแต่งงานเราสาบานว่าเราจะบอกทุกคน พอวันนึงพี่จะแต่งงานพี่ก็บอก ก็เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ ถ่ายทอดสดออกช่อง 7 ด้วย นี่งานแต่งหรือคอนเสิร์ต ตอนนั้นก็ทำใจแล้วว่าถ้าไม่เป็นที่นิยมก็ไม่เป็นที่นิยม ความรักก็สุกงอมแล้ว พี่ 32 แฟนพี่ก็ 30 31 แล้ว เค้าก็ต้องการความมั่นคง เราก็อยากมีลูกแล้ว วันนั้นก็คิดว่าอะไรก็ช่างมันเถอะ เราคิดว่าเราพร้อมเราทำดีที่สุด แต่กลายเป็นว่าพอเราทำดีที่สุด เราบอกทุกคนในวันนั้น ให้เกียรติกับทุกคน มันเป็นผลดีนะ พอแฟนๆ เขารักเรา ความรักนั้นก็ไปถึงแฟนด้วย

ก่อนจะเปิดตัวอลังการใช้เวลากี่ปีที่คบกัน ?

แซม : “11 ปี”

มีเหตุการณ์นึงที่เกือบจะไม่ได้แต่งงาน เกือบจะเลิกกันด้วย ?

แซม : “พี่ขู่ ไม่ได้จะเลิกหรอก คือเขาจะไปเรียนต่อเมืองนอก พี่น้องสามคนเคนคนเล็ก คนอื่นเขาไปเรียนต่อเมืองนอกกันหมด พี่มุกเขาก็ได้เวลาแล้วแหละ กำลังเริ่มเป็นแฟนกัน เขาจะต้องไปเรียนต่ออังกฤษ เราก็ยังไงล่ะ เจอกันก็ยากอยู่แล้ว แล้วเธอจะไปเรียนต่ออังกฤษแล้วฉันล่ะ แล้วจะมั่นใจได้ยังไง แล้วเราจะมั่นคงมั้ย ตอบไม่ได้จริงๆ นะ เพราะเราก็เนื้อหอมนะตอนนั้น ตอนนั้นคบกันได้ประมาณ 2 ปี แล้วมันไม่ได้มี skype คุยกันได้เหมือนสมัยนี้ มันห่างกันเลย เอาสบายใจดีกว่า ถ้าจะต้องไปจริงๆ ขึ้นมาเราก็เลิกกันเถอะ แต่ในใจนี่เต้นตึกๆ เลยนะ”

 

แต่ถ้าเขาไปจริงๆ จะทำยังไง เลิก ?

แซม : “เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เลิกหรอก ก็ขู่ไง สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ไป ตอนนี้เขาก็มาสอนลูกสาว ลูกเสร็จแล้วไปต่อเลยนะ อย่าให้ขาดตอนนะ อย่าไปบ้าผู้ชายเหมือนแม่นะ (หัวเราะ) พูดเล่นนะ”

 

คุณพ่อเป็นพ่อบ้านใจกล้าจนคุณแม่กลัวจริงมั้ย ?

แมมโบ้ : “ต้องบอกว่าไม่มั่นใจเลยระหว่างแม่กลัวพ่อหรือพ่อกลัวแม่” 

 

แล้วในมุมแมมโบ้ล่ะ แม่กลัวพ่อมั้ย ?

แมมโบ้ : “เอาจริงๆ ตอบแบบสาระๆ เลย ต่างคนต่างให้เกียรติกัน ไม่มีใครกลัวใคร”

 

คุณแม่บ่นคุณพ่อมั้ย ?

แมมโบ้ : “คุณแม่เขาจะไม่ได้บ่นตรงๆ ด้วยความเกรงใจกัน ก็จะบ่นชิ่งกันมากกว่า จะบ่นลูกในสิ่งที่พ่อก็ทำเช่นกัน เช่นกินข้าวแล้วยังไม่ได้เก็บจาน”

 

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเลยใช่มั้ย ?

แมมโบ้ : “ตั้งแต่จำความได้ไม่มีครับ ส่วนมากจะเป็นขำๆ มากกว่า ไม่มีการตีกัน”

 

มีทะเลาะกันบ้างมั้ยพี่แซม ?

แซม : “ไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม ถ้าเราหมายมั่นปั้นมือว่าเราจะอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิต ดูแลกันไป ถามว่าทะเลาะแล้วได้อะไร สิ่งที่เค้าเลือกให้มันดีแล้ว ต่อให้บางเรื่องไม่ได้ชอบ ไม่ได้เห็นตามนี้ ตอนเป็นวัยรุ่นก่อนแต่งงานเคยมั้ยล่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ต้องการเอาชนะกันก็เท่านั้นเอง เหมือนกับปาระเบิดใส่กัน สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร ถ้าเค้าต้องการแค่นี้แล้วทำให้เค้ามีความสุขได้ก็ให้ไปไม่เห็นเป็นไรเลย  เป็นการลงทุนที่ต่ำมากเลย”

 

แล้วเวลาคุณแม่มีเหตุผลที่ไม่ตรงกับคุณพ่อ คุณแม่ยอมแบบนี้มั้ย ?

แซม :  “ต้องบอกว่าเขาเป็นคนตามใจ พี่มุกเขาทำให้พี่ทุกอย่างอยู่แล้ว ตั้งแต่ตื่นเช้ามาทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก่อนหนักกว่านี้เอารถไปเติมน้ำมัน ไปล้างให้ด้วย เขาดูแลด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความที่เขารักเราอยู่แล้ว เราจะไปลุกขึ้นทำอะไรที่เป็นปัญหาทำไม”

 

คุณแม่ทำให้คุณพ่อทุกอย่างจริงมั้ย แม้กระทั่งตัดเล็บเท้าก็ทำให้ ?

 

แมมโบ้ : “เขาก็อาจจะไปทำกันสองคน”

 

แซม : “ตัดต่อหน้านี่แหละ ทำหมดเลย ของลูกก็ทำ”

 

แมมโบ้ : “ตอนนี้เริ่มมีดูแลดีกว่าพ่อแล้ว”

 

ดูแลใครดีกว่าพ่อ ?

แมมโบ้ : “ดูแลลูกคนสุดท้อง

 

แซม : “หมาไง คือถ้าหมากัดลูก ดุลูก หมาไม่ผิด อาหารหมาดีกว่าเรานะ”

 

แมมโบ้ : “หมากินน้ำแร่นะ”

 

แต่พี่มุกก็สอนลูกตลอดเวลาว่าไม่ว่าอะไรก็ตามคุณพ่อคือเทวดาของบ้าน  อันนี้จริงมั้ย ?

แมมโบ้ : “อันนี้จริง”

 

แซม : “คุณแม่ดูแลอยู่แล้ว ถ้าคุณแม่ไม่อยู่ ลูกดูแลแทน เค้าก็ดูแลเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว”

 

แม่ก็ดูแลดี๊ดีขนาดนี้แต่ทำไมมีอยู่ช่วงนึงแมมโบ้ถึงอยากออกไปอยู่นอกบ้าน ?

แมมโบ้ : “จริงๆ ก็ไม่มีอะไร ตอนนั้นเราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 4 แล้วเราก็ทำกิจกรรมหาลัย แล้วเราเดินทางก็ค่อนข้างเหนื่อย เราก็อยากทำให้มันดี แล้วก็มีเวลาพักผ่อนที่ดี เราก็ขอเค้าไปอยู่หอซักเทอมนึงแล้วกัน

 

 

 

 

คุณแม่ว่ายังไง ?  

 

แซม : “คุณแม่อ่ะสบาย ให้มาขอพ่อแล้วกัน คือพ่อเนี่ยสอนอยู่แล้วโดยเฉพาะลูกชาย เป็นลูกชายต้องกลับบ้าน เราเป็นลูกชายด้วยแล้วเป็นคนโตด้วยคือยังไงซะต้องกลับบ้าน  พ่ออยู่มาขนาดนี้แล้ว พ่อจะทำงานดึกดื่นแค่ไหนก็แล้วแต่พ่อไม่เคยนอนที่อื่นเลย ต้องกลับบ้านตลอด อีกหน่อยพ่อไม่อยู่แล้ว ลูกก็ต้องดูแลแม่ ดูแลน้อง หรือมีครอบครัวลูกก็ต้องดูแลครอบครัว เพราะฉะนั้นบ้านเราอยู่ตรงนี้อย่ามาอ้างว่ามันไกล อย่ามาอ้างว่ากลับไม่ได้ คือเราต้องกลับบ้าน ถูกฝังหัวมาแบบนี้แต่ไหนแต่ไร วันนี้เค้าต้องไปอยู่ที่อื่น เขาต้องเตรียมเรื่องพูดกับพ่อมากว่าเขาจะไปอยู่หอได้ด้วยเหตุผลเพราะอะไร แม่บอกว่าตามใจเลย ถ้าลูกขอพ่อได้ก็จบ

 

สรุปได้ออกไปอยู่หอมั้ย แล้วบอกพ่อว่าอะไร ?

 

แมมโบ้ : “ได้ไป ตอนนั้นเราบอกว่าพ่อเราทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเยอะถ้าทำต้องทำให้ออกมาให้ดี ผมก็เลยบอกพ่อในสิ่งที่พ่อสอนเรา”

แซม : “วิธีที่เขาบอกว่าพี่ก็คือ เค้าเป็นประธานนักศึกษาด้วย แล้วลูกจะเป็นประธานนักศึกษาแบบไหน ลูกนั่งประชุมอยู่งานยังไม่เสร็จ แม่บอกต้องกลับบ้านแล้ว เพราะแม่เขาจะมีเวลากลับบ้านว่าห้ามเกินกี่โมง บางทีเสร็จ ไม่เสร็จก็ต้องกลับ ฝนตก ฟ้าร้องก็ต้องกลับ เพราะตามเวลาที่แม่บอกเกินมา 5 นาทีก็ไม่ได้ เค้าบอกว่าลูกต้องเลิกประชุมกลับก่อนทั้งๆ ที่ลูกเป็นหัวเหน้า ลูกก็ต้องมาถึงหลังเพื่อนๆ ทั้งๆที่เพื่อนๆก็มาถึงแล้ว ถ้าเป็นพ่อ พ่อจะดูแลเพื่อนๆเป็นหมื่นที่เค้าเลือกเรายังไง พ่อก็ปฎิเสธลูกไม่ได้ว่าพ่อจะให้ลูกเป็นประธานแบบไหน ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นแต่แรก แต่เมื่อเป็นแล้วลุกควรเป็นประธานแบบไหน แม่เค้าก็ไปดูความเรียบร้อยต่างๆเพราะกลัวลูกลำบาก

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *