พริตตี้สวย

ป๋ากิ๊ก เปิดความลับภรรยาสุดที่รัก อี๊ด กนกวรรณ

ป้ากิ้ก

“ป๋ากิ๊ก” เปิดความลับภรรยาสุดที่รัก “อี๊ด กนกวรรณ” ให้เที่ยวได้ แต่ห้ามเลี้ยงดูใคร

 

               เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่อยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี สำหรับ ป๋ากิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ และภรรยา อี๊ด-กนกวรรณ กิจเจริญ ที่ล่าสุด ป๋ากิ๊ก ควงภรรยามาเปิดใจผ่านทางรายการ Club Friday Show ถึงเคล็ดลับการครองรักให้ยาวนาน และเรื่องราวต่างๆ ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่า อี๊ด ภรรยาสุดที่รักของ ป๋ากิ๊ก ใจกว้างมากยอมให้สามีเที่ยวได้ แต่มีสัญญาใจต่อกันว่าห้ามเลี้ยงผู้หญิงคนไหนเป็นตัวเป็นตน

พี่อี๊ด : “ใช่ค่ะ ไม่หรอกค่ะ คือจริงๆ เราคบกันนานมาก เรารู้ว่าเขาประมาณไหน”

 

ป๋ากิ๊ก : “ถึงขั้นเรทเอ็กซ์เลยมีการจ่ายเงินเลย คือผมไม่เคยปิดบังเมียผมนี่”

 

พี่อี๊ด : “ไม่ได้แอบไป”

 

ป๋ากิ๊ก : “ตั้งแต่ก่อนที่คุณตัดสินใจมาเป็นแฟนผม ผมก็ได้ทำสิ่งนี้อยู่แล้วในขอบเขต ผมจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปิดเผย แล้วรู้จักตัวเองอยู่ในขอบเขตหรือไม่ ผมไม่เคยพยายามดัดตัวเลิก หรือปิดบังเขาว่าผมเป็นคนดี ผมไม่เคยไปเที่ยวหญิงนะ ผมไม่เคยพูด ผมไป ผมก็บอกเขาด้วย เขาจะรับได้หรือไม่ เขาก็จะบอก เขาก็จะเลิกกับผมไปเอง เพราะเขาไม่ชอบคนนี้ แต่ถ้าเขาชอบคนนี้ เขาก็ต้องชอบคนนี้สิ ก็ต้องยอมรับได้”

 

ป๋ากิ๊ก : “แต่ผมรักคุณนะ ผมมีขอบเขตประมาณนี้ คุณรับได้ไหม ผมคิดว่าคนเหมือนต้นไม้ ถ้าสมมติว่าเอาต้นไผ่เนี่ย วันหนึ่งคุณมัดมันรวมกัน เมื่อวันใดที่คุณคลายเชือกมันก็จะเด้งออกจากกัน ผมว่าถ้าเราอยากไปด้วยกันเลือกต้นที่มันโน้มเข้ามาหากันตั้งแต่แรกเลยดีกว่า ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ คุณยอมรับในตัวตนของผม ผมยอมรับในตัวตนของคุณ ผมว่าเราไม่ต้องดัดแปลงร่างกายไปหากัน”

 

ป๋ากิ๊ก : “คือเขาก็เป็นแบบนี้ผมถึงถามตั้งแต่แรกว่า มีแฟนไหม ไม่ต้องเลิกกับแฟนแล้วมาหาฉันนะ ผมไม่ต้องโกหก ผมไม่ต้องเริ่มต้นโกหกแต่แรก ผมก็ไม่ต้องโกหกตลอดไป แต่ถ้าผมเริ่มโกหกคุณก็ต้องโกหกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คุณต้องโกหกคุณเป็นคนดีไปเรื่อยๆ ผมว่าไม่มีใครดีที่สุดในโลกอยู่แล้วเป็นไปไม่ได้”

 

 

 

 

พี่อี๊ด : “อี๊ดรู้ว่าเขาประมาณไหน แล้วก็…ก่อนแต่งงานเป็นยังไง แล้วพอหลังแต่งงาน คือก่อนแต่งงานเขาอาจจะไม่ได้บอกเราว่าเขาจะไปนะ แต่หลังแต่งงานเขาบอกนะคะ คือเขาเป็นผู้ชายที่ไม่เคยไปค้างที่ไหน อยู่ในกรุงเทพฯ แล้ววันนี้จะเที่ยวไม่กลับบ้านไม่เคยมีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาจะไปค้างก็ต่อเมื่อไปทำงานต่างจังหวัดที่กลับไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็รู้ว่าพฤติกรรมเขาเป็นอย่างนี้”

 

พี่อี๊ด : “การที่เขาจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง ไปกินเหล้ากับ ติ๊ก กลิ่นสี ไปกินเหล้ากับ ธงไชย ประสงค์สันติ มันเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่เราจะทำอย่างเดียวคือ ถ้าเราตื่นขึ้นมาแล้วเขายังไม่กลับเนี่ย เราจะโทรหาดูนาฬิกาสิกี่โมงแล้ว ตีหนึ่ง เอ๊ะ! อยู่ไหน อันนั้นไม่ใช่อะไรเลย คือเป็นห่วงว่าเมาหรือเปล่า หรือว่าอะไรว่าพ่ออยู่ไหน เขาก็จะบอกเดี๋ยวกลับแล้ว ภายในชั่วโมงเขาก็กลับนะคะ”

 

ป๋ากิ๊ก : “ซึ่งที่อี๊ดเขาทำแบบนี้ ผมก็มีความรู้สึกเหมือนกัน พ่อบ้านหลายคนมีความรู้สึกแบบนี้ เมีย…โทรมารู้สึกเสียฟอร์ม แต่ผมไม่นะ เพราะผมรู้ว่าเมียโทรมาเพราะเขาเป็นห่วงว่าเราจะกลับได้ไหม คือจริงๆ แล้ว เราเชื่อใจกันแล้วไว้กันใจ ในความบริสุทธิ์ใจของทั้งสองฝ่ายมันทำให้มันไม่ทะเลาะกันในเรื่องนี้”

 

 

ป๋ากิ๊ก : “เขาเคยถามผม พ่อไม่เคยคิดอยากมีเมียน้อยเหรอ”

 

พี่อี๊ด : “ไม่ๆ อี๊ด ถามแบบนี้ค่ะ คืออี๊ดเคยบอกเขาว่าถ้ากิ๊กไปเที่ยว เที่ยวได้ คือเขาก็บอกยืนยันได้ว่าใช้เงินซื้อ อี๊ดก็บอกว่าไปเที่ยวคือไปได้ แต่แม่ขออย่างเดียวว่า ‘พ่ออย่าเลี้ยงใครเป็นเรื่องเป็นราว เพราะนั่นหมายความว่าพ่อไม่รักแม่แล้ว ถ้าทำอย่างนั้น แม่จะไปจากพ่อ’ อี๊ดพูดแบบนี้ แปลว่าสิ่งที่เขาทำ เขาไม่ได้รักเราแล้ว ไม่ได้แคร์เรา เขามีคนอื่นที่มารักเหมือนที่รักเรา คือทุกวันนี้ที่เขาทำคือเขาไม่ได้รักคนอื่น คือเขารักเรา เขาเพียงแค่ไปเที่ยว”

 

ป๋ากิ๊ก : “นั่นคือตรรกะของเขา แต่ตรรกะของพี่ยิ่งกว่าเขา พอเมียพูดคำนี้นะ พี่บอก แม่ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะว่าพ่อคำนวณแล้วถ้าเลี้ยงดูผู้หญิงคนหนึ่งใช่ไหม ต้องผ่อนรถเบนซ์ ต้องผ่อน BMW ต้องเช่าซื้อคอนโด แล้วต้องจ่ายเงินเดือนให้มันด้วย อย่างต่ำมันต้องมี 50,000 นะ ผ่อนคอนโดต้องมี 20,000 กว่าบาท หมดนี่ประมาณ 100,000 เลยนะ ถ้า 100,000 บาท พ่อไปเที่ยวอาบน้ำทีนะได้ 30 หนเลยนะ เดือนหนึ่งเดือนไปทุกวันได้เลยนะ”

 

พี่อี๊ด : “ที่สำคัญอะไรนะ”

 

ป๋ากิ๊ก : “เปลี่ยนหน้าได้ด้วย ถ้าเลี้ยงเนี่ย ได้หน้าเดิม เราดูหน้าเมียเราไม่ดีกว่าหรอ จริงๆ มันไม่คุ้มหรอก ไม่จำเป็นขนาดนั้น”

 

พี่อี๊ด : “แล้วเขาบอกว่า จริงๆ แล้วมันไม่สนุกหรอกแม่ เราจะต้องหลบ ถ้าเรามีคนอื่นเราก็ต้องหลบที่บ้าน”

 

ป๋ากิ๊ก : “แต่บางคนเขารู้สึกเร้าใจนะ ตื่นเต้น ผมว่าไม่ ผมรู้สึกรำคาญตัวนะ ถ้าสมมติว่าผมจะมีเมีย แล้วนี่เมียน้อย แล้วถ้าสมมติเมียน้อยอยากกินอาหารญี่ปุ่น แล้วจะพาไปกินซูชิ แล้วเราเป็นดารา แล้วมีคนถ่ายรูป มันมีความสุขยังไง ผมรู้สึกว่ามันไม่มีความสุขเลย อะไรที่ลับๆ ล่อๆ มันเหนื่อย”

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *